fbpx

สิ่งที่ความรู้ก่อนตัดสินใจศัลยกรรมโครงหน้า

การศัลยกรรมโครงหน้าเป็นการผ่าตัดกระดูกใบหน้า บริเวณโหนกแก้ม และ (วีไลน์) กราม + คาง   การศัลยกรรมเหล่านี้ควรได้รับการผ่าตัดศัลยกรรมโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ที่มีประสบการณ์และโรงพยาบาลที่ปลอดภัย มีเครื่องมือที่พร้อม และทันสมัย เพื่อความปลอดภัยและผลลัพท์ที่คุณพึงพอใจ

      – ด้านร่างกาย

คนไข้เองควรมีร่างกายที่แข็งแรง และพร้อมที่จะทำการผ่าตัด  โดยการศัลยกรรมโครงหน้าส่วนใหญ่ มักเป็นเทคนิคการวางยาสลบ  และแน่นอนว่าการที่คุณมีร่างกายแข็งแรงก็มีส่วนช่วยในการพักฟื้นให้หายเร็วมากขึ้น 

       – ด้านจิตใจ 

สิ่งสำคัญที่จะทำให้ทุกอย่างราบรื่น ปฏิเสธไม่ได้ว่าคือ การเตรียมสภาพจิตใจให้พร้อม และแข็งแรง  

แต่หลายท่านสงสังสัยว่า ทำอย่างไรบ้าง?     

1. การศัลยกรรมเป็นการผ่าตัดด้วยฝีมือของมนุษย์ ซึ่งก่อนที่ท่านจะได้เห็นผลลัพท์ที่แท้จริงของการศัลยกรรมนั้น เป็นไปไม่ได้ที่เมื่อผ่าตัดเสร็จแล้วจะสวยทันที  ร่างกายของเราต้องการเวลาเพื่อพักฟื้น รักษาตัวซึ่งระยะเวลาในการรักษาตัวนั้นขึ้นอยู่กับร่างกายของแต่ละท่าน   เริ่มจาก 3 เดือน 6 เดือน ถึง 1-2 ปี จนกว่าจะหายเป็นปกติ ทั้งนี้ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับประเภทของการศัลยกรรมอีกด้วย

2.  การเตรียมจิตใจ ในเรื่องของอาการบวม ช้ำ ที่จะเกิดขึ้น  ต้องบอกได้ว่าเรื่องของอาการบวมและช้ำ เป็นปัญหาที่กวนใจทุกท่านหลังศัลยกรรมก็เป็นได้  ซึ่งอย่างที่แจ้งไปแล้วว่าการผ่าตัดทุกชนิด ทำให้บริการนั้นๆได้รับการบาดเจ็บ หลังจากที่ผ่านไป เสร็จสิ้นการผ่าตัด  อาการบวมจะค่อยๆบวมขึ้น มากขึ้นเรื่อยๆ อาการบวมนั้นจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆในช่วง 3 วันแรก และหลังจากนั้นจะค่อยๆยุบลง แต่ในระยะเวลาที่ยุบนั้น มีโอกาสที่สองข้างไม่เท่ากัน ซ้าย ขวา และจะบวมจากข้างบน ค่อยลงไปด้านล่าง ( เหมือนผ้าขนหนูเปียกน้ำ ) ซึ่งจะค่อยๆหายไป แต่เป็นเรื่องสำคัญมากๆที่ทุกท่านจะต้องทำความเข้าใจกับเรื่องนี้  บางท่านอาจจะต้องทำงานพบปะผู้คน  คุณต้องถามตนเองว่า ” คุณสามารถรับได้หรือไม่  และพร้อมมากน้อยแค่ไหน กับอาการเหล่านี้ “ เพราะไม่มีใครตอบได้แน่ชัดว่าอาการบวมจะหายไปสนิทเมื่อไหร่ 

 3. อาการผลข้างเคียง หลังผ่าตัด เช่นอาการปากชา ปากเบี้ยว  บริเวณใบหน้าของเรามีเส้นประสาทอยู่หลายเส้นที่ควบคุมการรับความรู้สึก และการทำงานของกล้ามเนื้อบนใบหน้า  การศัลยกรรมโครงหน้า ตัดกระดูก อาจก่อเกิดการกระทบกระเทือนต่อเส้นปะสาทได้ โดยการผ่าตัดนั้นมีโอกาสได้รับการกระทบกระเทือนที่เส้นประสาท อาจมีอาการชา ปากเบี้ยวได้ แต่จะค่อยๆดีขึ้นสำหรับกรณีปกติจะหายไปในที่สุด  แต่บางรายหากมีอาการหนัก อาจมีอาการอักเสบ ติดเชื้อ ไม่มีความรู้สึกบริเวณปากล่างตลอดชีวิตก็เป็นได้ แต่เฉลี่ยจะอยู่ที่ 0.00001% เท่านั้น ซึ่งน้อยมาก  ดังนั้นที่สำคัญที่สุดคือการเลือกแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการศัลยกรรมเท่านั้น เพื่อหลีกเลี่ยงโอกาสการเกิดอาการเหล่านี้  และสิ่งที่คุณควรถามตัวเองก่อนศัลยกรรมคือ ถึงแม้ว่าจะมีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อยมากๆ ” คุณสามารถรับได้หรือไม่ และยอมรับได้มากน้อยแค่ไหนกับอาการเหล่านี้ ”  

ลักษณะอาการหลังจากผ่าตัด

– การศัลยกรรมผ่าตัดใหญ่ต้องนอนโรงพยาบาลอย่างน้อย 1-2 คืน หรือตามอาการ

– มีผ้าพันรอบใบหน้า (สำหรับศัลยกรรมโครงหน้า) และมีสายเหลือดออกจากทางปาก เพื่อระบายเลือด

– มีอาการบวม ตึง แต่จะค่อยๆยุบลงเรื่อยๆ ไม่เท่ากัน บางราย ยุบ สลับบวม ไปมา ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกาย และการดูแลตนเองหลังผ่าตัด 

– อาการใบหน้าสองข้างไม่เท่ากัน เป็นเพราะอาการบวม ซึ่งจะค่อยๆหายไป ภายใน 6 เดือน ถึง 1 ปี จึงจะเห็นผลลัพท์ที่ชัดเจน

– มีอาการชาปากล่าง หรือข้างใดข้างหนึ่ง ซึ่งจะค่อยๆดีขึ้นซึ่งอาการนี้ต้องใช้เวลาในการเยียวยา และจะดีขึ้นเรื่อยๆ (  รายละเอียดอาการอ่านซ้ำได้ที่ ด้านจิตใจ ข้อ 3 )

การดูแลตนเองหลังผ่าตัด และ ช่วงเวลาพักฟื้น

1. หลังอาการผ่าตัด อาจมีอาการวินเวียนเเนื่องจากยาสลบ และการอดอาหารก่อนผ่าตัด หลังจากฟื้นควรเริ่มทานอาหารอ่อน ที่ไม่ต้องเคี้ยว ทีละน้อย จนร่างกายรู้สึกดีขึ้น พยายามจิบน้ำตลอดเวลา เพื่อให้ร่างกายมีแรง

2. ทานยาให้ตรงเวลาตามที่แพทย์สั่ง

3. สำหรับเคสที่มีแผลในปาก ควรบ้วนปากด้วยน้ำยาที่แพทย์สั่ง หรือน้ำเปล่าทุก2-3 ชม.  และงดแปรงฟันจนกว่าแพทย์จะสั่ง

4. ประคบเย็นให้ได้มากที่สุดภายใน 3 วันแรก หลังจากวันที่ 4 ให้ประคบอุ่น โดยใช้เจลแช่ในน้ำร้อน แล้วห่อด้วยผ้าทุกครั้ง ทั้งเย็นและอุ่น เนื่องจากผิวยังมีอาการชาอาจไม่ได้รับความรู้สึก เพื่อลดอาการบวม ช้ำ และลดความเจ็บปวดได้ดี 

5. นอนหมอนสูง ให้ศรีษะเหนือหัวใจ งดนอนตระแคง

6. งดทานอาหารที่ต้องเคี้ยว เผ็ด เค็ม เนื่องจากมีแผลในปาก(สำหรับศัลยกรรมโครงหน้า) เพื่อป้องกันการอักเสบภายหลัง และปฏิบัติตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด กรณีนี้ศัลยกรรม ตา จมูก ก็ควรปฏิบติบัติตามเช่นเดียวกัน

7. ทานหาอาหารที่มีประโยชน์ และมีวิตามินสูง ช่วยในการรักษาบาดแผลให้หายเร็วยิ่งขึ้น   แต่ในกรณีที่ทานยาโบราณบางชนิด อยากให้สอบถามทางโรงพยาบาลก่อนรับประทานทุกครั้ง เนื่องจากอาจเกิดการอักเสบหรือผิดพลาดจากการซื้อยาเหล่านี้ทานเองได้

8. เดินออกกำลังกาย สูดอาการทุกวัน เพื่อช่วยให้ร่างกายปรับสภาพ ช่วยให้คนไข้กลับมาใช้ชีวิตได้ปกติเร็วยิ่งขึ้น หากยิ่งนอน อาการบวมก็อาจเพิ่มมากขึ้นได้ ดังนั้น การขยับแขน แกว่งแขน เดินเบาๆทุกวัน จึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการเยียวยาร่างกาย ลดบวม ( ควรทำพอเหมาะเท่านั้น )

9. การบริหารบริผีปาก โดยการฝึกพูด และออกเสียง อู อี อา โอ ทุกวันช่วยให้อาการชา และกล้ามเนื้อที่ตึงดีขึ้น

10. หลังการผ่าตัด 3-4 อาทิตย์ ให้ใช้มือคึงที่ใบหน้าช่วงกรามเบาๆ เพื่อเป็นการกระตุ้นให้เลือดไหลเวียนได้ ทำวันละ 1 นาที ( กรณีนี้อาจช่วยได้บางเคส )


ก่อนจากกันทุกท่านคงทราบแล้วว่าการศัลยกรรมโครงหน้า มีทั้งข้อดี และข้อเสีย มีโอกาสผ่าตัดแก้ไข ทำซ้ำดัง ก่อนตัดสินใจควรหาข้อมูลให้ละเอียด และศึกษาผลลัพท์ ผลข้างเคียงต่างๆที่อาจเกิดขึ้น ทำความเข้าใจ ให้ได้มากที่สุด รวมทั้งการเลือกทีมแพทย์ผ่าตัดที่เชี่ยวชาญ และโรงพยาบาลที่ปลอดภัย ก็มีส่วนสำคัญ เพราะถึงจะออกมาสวย แต่ไม่ปลอดภัย ก็อาจไม่ส่งผลดีเช่นกัน ดังนั้นผู้ที่เดินทางไปศัลยกรรม ณ ประเทศเกาหลีใต้ควรเตรียมพร้อมทั้งร่างกาย จิตใจ และงบประมาณ หากมีกรณีที่ต้องแก้ไขอีกด้วย 

สนใจเดินทางศัลยกรรมเกาหลี 

เอเจนซี่ถูกกฏหมายรัฐบาลเกาหลี

 :: ถูกกว่า สบายกว่าไปเองแน่นอน
Line : @sn-surgery ( มี@ด้วยนะคะ)
https://line.me/R/ti/p/%40sn-surgery

www.sn-plasticsurgery.com

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *